เคลือบแก้ว คืออะไร?

การเคลือบแก้ว คือ การใช้สารตัวหนึ่งที่ใช้ผลิตแก้วน้ำที่เราใช้กันในชีวิตประจำวัน ซึ่งสารตัวนี้ชื่อว่า Silica (SiO2) หรือเราเรียกกันง่ายๆ ว่า ซิลิก้า โดยการนำสารดังกล่าวมาเป็นสารตั้งต้นและ ใช้สารนี้มาเคลือบไว้บนผิวรถ เราจึงเรียกว่า เคลือบแก้ว ซึ่งสารตัวนี้มีคุณสมบัติที่มีความแข็งสูง ที่สูงกว่าผิวรถเดิม ซึ่งพอนำสารตัวนี้มาเคลือบบนผิวรถจึงให้ ทั้งความเงา การปกป้อง และคงทนในระยะเวลานานกว่าเคลือบสี เคลือบ Wax ทั่วไป ซึ่งมีความแข็งอยู่ที่ 7H ตาม Mohs Scale

ผลิตภัณฑ์เคลือบแก้ว OPTIMUM GLOSS COAT

เป็นเคลือบแก้วในรูปแบบไฮบริดเซรามิค และยังเพิ่ม Advance Polymer System ที่ให้คุณสมบัติในการเคลือบชั้นผิวรถให้เงาใสสูงและยังให้การต้านทานต่อรอยขีดข่วนได้ดี ทนต่อการสึกกร่อนได้ดีกว่าผลิตภัณฑ์ทั่วไปตามท้องตลาด และยังมันใจด้านการปกป้องจากรังสี UV ที่จะทำให้รถคุณซีดจางได้เป็นอย่างดี

คุณสมบัติ/ประโยชน์ของการเคลือบแก้ว ( Glass Coating )

ให้ความเงาใส ที่ติดทนยาวนานกว่าการเคลือบสีทั่วๆไป ( Permanent Glossy)

– ให้ความปกป้อง เคมี ต่างๆที่จะทำให้สีรถ เกิดความเสียหายไม่ว่าจะ กรดหรือด่าง ( Chemical Resistant )

เป็นรอยยากขึ้นจากผิวรถเดิมเมื่อเทียบกับผิวแลคเกอร์เดิมโรงงาน
– ปกป้องผิวรถจาก UV

เปื้อนยาก และล้างง่าย ( Self Cleaning )

ลดการเกาะตัวของคราบน้ำและสิ่งสกปรกบนผิวรถ เมื่อรถวิ่งทำความเร็วจะหลุดออกทันที
– การยึดเกาะของชั้นเคลือบที่ให้ความเงาและปกป้องที่ยาวนาน ราว 2-3 ปี

เคลือบเซรามิค คืออะไร?

การเคลือบเซรามิค หรือ Ceramic Coating มีคุณสมบัติแบบ Permanent Coaitng คือ ปกป้องแบบคงทนถาวรด้วยการประสานโครงสร้างแบบตาข่ายคริสตัล ( Crystal lattice ) ระหว่าง SIC ( Silicon Carbide) และชั้นแลคเกอร์ ทำให้ Opti-Coat เป็นผลิตภัณฑ์เคลือบเซรามิคที่มีการปกป้องสูงและอยู่ติดพื้นผิวคงทนยาวนาน

ด้วยความที่สารประกอบหลักของ Opti-Coat เป็น SiC (Silicon Carbide) ซึ่งมีความแข็งในระดับ Pencil Scale (ดินสอ) และ Mohs Scale (ความแข็งของแร่ตามระบบของ โมส์) ในระดับ 9H ซึ่งแตกต่างจากเคลือบเซรามิกและเคลือบแก้วทั่วๆไปที่ใช้ Silica (SiO2) เป็นสารประกอบหลักซึ่งจะมีความแข็งเพียง 7H เท่านั้น

1. Optimum paint guard

คือสารเคลือบเซรามิค ที่ถูกออกแบบให้หมาะสำหรับรถใหม่ ที่จะช่วยให้รถ ของคุณคงความเงางามและให้คุณสมบัติการปกป้องอย่างยาวนาน ง่ายต่อการบำรุงรักษาและยังต้านทานสารเคมี (Chemical Resistance) และยังยึดเกาะได้ เป็นเวลายาวนานถึง 3ปี

2. Opti-coat Pro

Ceramic Coating ที่มีคุณสมบัติ “Permanent Coating”ทำให้สามารถปกป้องคราบและปกป้องสีรถจากริ้วรอยต่าง ๆ ปกป้องรังสี UV ได้อย่างยาวนานถึง 5 ปี จนได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ว่าเป็นที่สุดแห่งการปกป้องสีรถในปัจจุบัน

3. Opti-coat Pro+

เป็นการเคลือบเซรามิกแบบ Multilayers โดยมี SiC เป็นสารตั้งต้นทั้งในส่วนของ Basecoat และ Top Coat ที่ช่วยเพิ่มการยึดเกาะด้วยชั้น Primer ผสานกันจนให้ความงางามและขับเม็ดสีให้เข้มขึ้น ทำให้รถของคุณดูใหม่ตลอดเวลา และยังมีคุณสมบัติที่พิเศษกว่าด้วย สามารถทนความร้อนได้สูง และยังมีอายุการใช้งานมากกว่าเซรามิกชนิดอื่นถึง 5 เท่าอีกด้วย รวมถึงยังมีอีกหนึ่งคุณสมบัติเด่นที่แตกต่างจากแบรนด์อื่น นั่นคือ การซ่อมแซมตัวเอง (Self-Healing) หากเกิดรอยขึ้นบนชั้นเคลือบ ก็แค่เพียงนำน้ำร้อนราดไปยังบริเวณที่เป็นรอย หรือการจอดรถทิ้งไว้กลางแดด รอยเหล่านั้นก็จะหายไปเองอย่างมหัศจรรย์

คุณสมบัติ/ประโยชน์ของการเคลือบเซรามิค ( Ceramic Coating )

มีความแข็งในระดับ 9H และมีความหนากว่าการเคลือบสีรถแบบรรรมดาถึง 100 เท่า รวมทั้ง ผ่านการรับรองจากสถาบัน C S I R O ซึ่งเป็นสถาบันรับรองด้านเคมีภัณฑ์ระดับโลกด้านความแข็งและต่อต้านริ้วรอย (htp://www.csiro.au/en/About)

– ผ่านการทดสอบความแข็งในระดับ 9H จากสถาบันรับรองชั้นนำระดับโลก และด้วย Opti-Coat มีสารประกอบหลักคือ Silcon Carbide ( SiC) ที่มีความแข็งตาม Mohs Scale ถึง 9H ซึ่งแตกต่างจากคลือบแก้ว เคลือบเชรามิคทั่ว ๆ ไปที่ใช้ Silca (SIO2)

– ด้วยคุณสมบัติ Super Hydrophobic ทำให้สามารถปกป้องผิวรถจากสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ที่จะทำลายพื้นผิวรถ ทำให้สามารถจัดคราบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้โดยง่าย และเปื้อนยากล้าง่าย โดย Opti-Coat รับประกันคุณสมบัติดังกล่าวถึง 5 ปี

ป้องกันริ้วรอยและต้านทานแรงขีดข่วน ได้ดีกว่าพื้นผิวรถเดิม 2-4 เท่า

– มีคุณสมบัติ Anti Grafti ทำให้พื้นผิวที่ถูก Opti-Coat ปกป้องจะป้องกันการยึดติดของละอองสีต่าง ๆ ที่จะยึดเกาะบนผิวรถของคุณได้เป็นอย่างดี

– Opti-Coat สามารถ ทนทานการกัดกร่อนของกรดและด่างต่าง ๆ ตามธรรมชาติ เช่น ขึ้นก คราบยางมะตอย คราบน้ำ และคมีพันธ์ต่าง ๆ ที่จะทำลายชั้น Clearcoat

– ด้วยคุณสมบัติ Permanent Coating จาก SIC ที่ประสานกับชั้น Clearcoat ด้วยโครงสร้างแบบ Crystal lattice ทำให้ Opti-Coat ปกป้องรถของคุณไปตลอดอายุการใช้งาน

การเปรียบเทียบคุณสมบัติต่าง ๆ ของโปรแกรมเคลือบแก้ว / เคลือบเซรามิค

Program/คุณสมบัติ ความคงทน ความเงา การไล่น้ำ ความแข็ง การปกป้อง การรับประกัน
เคลือบแก้ว Optimum Gloss Coat *** **** **** *** *** 2 ปี
เคลือบเซรามิค Opti Coat Pain Guard *** **** ***** **** *** 3 ปี
เคลือบเซรามิค Opti-Coat Pro **** **** ***** ***** ***** 5 ปี
เคลือบเซรามิค Opti-Coat Pro+ ***** ***** ***** ***** ***** 5 ปี

***ข้อควรรู้***
การดูแลรถที่เคลือบแก้ว เคลือบเซรามิค

  • ล้างรถด้วยน้ำยมาตราฐานและใช้ผ้าคุณกาพดีในการเช็ดทำความสะอาดผิวรถหรือล้างกับศูนย์บริการที่ได้มาตราฐาน
  • ในกรณีที่รถยนต์โดนกรดชนิดต่าง ๆ เช่น มูลนก น้ำฝนกรด ยางไม้ต่าง ๆ ให้ทำความสะอาดโดยใช้ผ้าชุบน้ำปาดออก หรือล้างด้วยน้ำเปล่า หรือเข้าไปปรึกษาศูนย์บริการเคลือบแก้วที่ได้มาตราฐาน เพื่อแก้ไขปัญหาได้ทันที
  • การข้ารับโปรแกรม Maintenance เคลือบแก้ว เคลือบเซรามิค ตามระยะเวลาที่กำหนด

สรุปเป้าหมายในการเคลือบที่แท้จริง เคลือบแก้ว เคลือบเซรามิครถยนต์ หรือ จะเป็นมอเตอร์ไซค์ นั้น เรื่องของเรื่องก็เพื่อที่จะปกป้องชั้นผิวสีแท้ของรถเราเอาไว้ด้านล่างชั้นฟิล์มแข็ง

ซึ่งชั้นฟิล์มแข็ง (และมีความใส) นี้เกิดจาก น้ำยาเคลือบ ที่เซ็ตตัวอยู่ที่ชั้นบนสุด ทำให้สีแท้ของรถถูกปกป้อง จากรอยขีดข่วน คราบสกปรกต่าง ๆ นานา ซึ่งราคาก็แตกต่างกันตามคุณสมบัติและการใช้งานของน้ำยาที่ใช้เคลือบ แน่นอนว่าการเคลือบแก้วจะราคาถูกกว่าการเคลือบเซรามิคอย่างแน่นอน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับทางผู้บริโภคที่จะพิจารณาและตัดสินใจเลือกซื้อตามความต้องการและการใช้งาน

ตัวอย่างผลงานรถที่เคลือบแก้ว เคลือบเซรามิค By. Posh Up

เคลือบแก้ว เคลือบเซรามิค ที่ร้าน Posh Upได้มาตรฐานและผ่านการรับรองจากบริษัทผู้ผลิตโดยตรง.USA
และเป็นที่นิยมจาก Car Detailing มีตัวแทนจำหน่ายกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ลูกค้าสามารถมั่นใจได้เลยว่ารถของท่านจะได้รับการปกป้องจากผลิตภัณฑ์มาตรฐานและบริการหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

สนใจติดต่อเรา : Facebook : Posh Up Car Detailing Center    Line : @Poshup
โทร
: 02-040-1681 , 064-991-9806